5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก
5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายหรือแค่เคลื่อนไหวร่างกายก็ย่อมช่วยเผาผลาญและเบิร์นไขมันส่วนเกินได้บ้าง แต่คงไม่เพียงพอต่อเป้าหมายของเรา คือ ลดพุง หรือลดน้ำหนัก แน่นอน บทความนี้จะพามารู้จักกับการ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก แต่ละประเภทที่เลือกมาแนะนำกันค่ะ ที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมาย

การออกกำลังกายแต่ละแบบ ก็จะกระตุ้นการเผาผลาญได้แตกต่างกัน และเนื่องจากรูปแบบการออกกำลังกายมีให้เลือกหลายประเภทแตกต่างกันออกไป เคยสงสัยมั้ยคะว่า เราควรจะออกกำลังกายแบบไหนดี ถึงจะช่วยลดน้ำหนักได้ดีที่สุด Fit Me ขอแนะนำ 5 วิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่คนอยากหุ่นดี ต้องรีบไปทำตามโดยด่วน เพราะเราเลือกเฉพาะวิธีออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันโดยเฉพาะ จะมีวิธีไหนบ้าง รีบตามไปดูกันเลยค่ะ

วิ่งลดน้ำหนัก
ไม่ว่าจะวิ่งช้า วิ่งเร็ว หรือวิ่งอยู่กับที่ก็ล้วนช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีทั้งสิ้น เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่จะกระตุ้นการเต้นของหัวใจและระบบเผาผลาญได้โดยตรง ซึ่งการวิ่งสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 566-839 กิโลแคลอรี/ชั่วโมงเลยทีเดียว

ทั้งนี้ใครที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน แนะนำให้วิ่งแบบหนักสลับเบา เช่น ให้เริ่มที่การวิ่งเร็ว 60 วินาที สลับกับการพักเดิน 30 วินาที ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 1 ชั่วโมงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะการวิ่งแบบหนักสลับเบา แบบนี้เรียกว่า คาร์ดิโอแบบ Interval Training เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มระดับการเผาผลาญของร่างกายนั่นเอง

เดินขึ้น-ลงบันได
เป็นวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนที่ขี้เกียจเป็นที่สุด เพราะเพียงแค่เดิน-ขึ้นลงบันได ก็สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 452 – 670 กิโลแคลอรี/ชั่วโมง แถมยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขาได้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้เดินบ้าง วิ่งบ้าง หรืออาจถือดัมเบลไปด้วยก็จะยิ่งกระตุ้นการเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ใครไม่มีแนะนำเป็นถือขวดน้ำแทนได้นะคะ เลือกตามน้ำหนักที่เหมาะสมกับเราได้เลยค่ะ

กระโดดเชือก
สำหรับใครที่ไม่สะดวกไปออกกำลังกายนอกบ้าน การกระโดดเชือก ก็เป็นวิธีการออกกำลังกายลดความอ้วน ที่ออกได้เลยที่บ้าน และเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากทีเดียว โดยการกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 667 – 990 กิโลแคลอรี

แต่ก็ต้องกระโดดให้ถูกวิธีด้วยนะคะ เพื่อป้องกันปัญหาข้อเท้าและข่อเข่าเสื่อมนั่นเอง การกระโดดเชือกที่ถูกวิธี ควรลงน้ำหนักเบาๆ ที่ส่วนหน้าของฝ่าเท้า หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าเพื่อลดการเกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าค่ะ และในการกระโดดเชือกเพื่อลดน้ำหนักไม่ควรกระโดดสูงจากพื้นมากนัก รวมทั้งให้ผ่อนคลายหัวไหล่และข้อมือในขณะที่กระโดดเชือกด้วยค่ะ

เวทเทรนนิ่ง
ถึงแม้ว่าเวทเทรนนิ่งจะเน้นการสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าการคาร์ดิโอ แต่นี่แหละเป็นทางลัดของความผอมที่จะทำให้คุณได้ผลลัพธ์แบบสองต่อ เพราะเมื่อมวลกล้ามเนื้อในร่างกายของเราเพิ่มขึ้น ก็จะกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้มากขึ้นกว่าเดิม

และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการเวทเทรนนิ่ง คือ หลังจากฝึกเสร็จแล้ว ร่างกายจะยังคงเผาผลาญพลังงานต่อไป แม้ว่าเราจะอยู่เฉยๆก็ตาม ในขณะที่การออกกำลังกายแบบอื่นๆ ส่วนมากร่างกายจะหยุดเผาผลาญไปพร้อมกับการที่เราหยุดออกกำลังกายค่ะ

แล้วถ้าไม่ได้ไปฟิตเนส หรือไม่มีอุปกรณ์ จะทำอย่างไร เราแนะนำให้ออกกำลังกายโดย การบอดี้เวท ได้เลยค่ะ

บอดี้เวท (Bodyweight) คือการออกกำลังกายที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ที่ใช้น้ำหนักของร่างกายของเราแทนอุปกรณ์ยกน้ำหนัก เราสามารถเวทได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะให้ยุ่งยากค่ะ

คาร์ดิโอลดน้ำหนัก แบบ คิกบ๊อกซิ่ง
คาร์ดิโอ คิกบ๊อกซิ่ง เป็นการนำการต่อยมวยมาประยุกต์เข้ากับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ผสมผสานกับท่าบริหารร่างกายต่างๆ ช่วยให้เราได้คาร์ดิโอและบริหารทุกส่วนของร่างกายไปพร้อมๆกัน การออกกำลังกายประเภทนี้ช่วยสลายไขมันได้อย่างง่ายดาย เผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 582 – 864 กิโลแคลอรี/ชั่วโมง

นอกจากจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักแล้ว การที่เราได้ออกท่าทางเตะ ต่อยต่างๆ ยังช่วยให้เราคลายเครียดอีกด้วย ทั้งนี้แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการคิกบ็อกซิ่ง 90 วินาที สลับกับพัก 30 วินาที เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญได้ดีที่สุด เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา ช่วยเร่งระบบเผาผลาญของร่างกายค่ะ

หากคุณเข้าฟิตเนสอยู่แล้วคงเคยได้ยินชื่อคลาส Body Combat กันมาบ้าง คลาสจะมีลักษณะคล้ายกับการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ คิกบ๊อกซิ่ง นั่งเอง แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าเจ้า คิกบ๊อกซิ่ง (Kickboxing) หน้าตาเป็นอย่างไร ลองดูคลิปนี้ได้เลยค่ะ หรือจะฝึกตามก็ได้เลยนะคะ รับรอง ไขมันสลายแน่นอน เล่นเสร็จเหงื่อท่วมๆ กันเลยทีเดียว