วิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อันตรายถึงชีวิต

วิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อันตรายถึงชีวิต

วิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อันตรายถึงชีวิต
วิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อันตรายถึงชีวิต

วิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อันตรายถึงชีวิต สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน วันนี้มาพบกับจอร์จอีกเหมือนเดิม ครั้งนี้จอร์จจะมาพูดถึงการวิ่ง ซึ่งครั้งที่แล้วจอร์จเคยเสนอบทความดเกี่ยวกับการวิ่งไปแล้วหลายบทความ

ซึ่งมาในมาครั้งนี้จอร์จจะพูดถึงการวิ่ง แต่จะเป็นปัญหาของนักวิ่งมือใหม่ ที่มักประสบปัญหาอยู่บ่อยครั้ง นั้นก็คือการวิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อันตรายที่นักวิ่งมือใหม่ควรรู้ ว่าการวิ่งแล้วหยุดทันที อันตรายที่หลายๆ คนมองข้าม เราจึงอยากเตือนให้นักวิ่งได้รู้ วิ่งแล้วหยุดกะทันหัน อาจทำให้เสียชีวิตได้เลยนะ จะมีเทคนิคอะไรบ้าง วันนี้จอร์จมีคำตอบมาฝากเพื่อนๆกันครับ ไปดูกันเลย

การออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นวิธีออกกำลังกายที่ง่าย และเป็นที่นิยม โดยจะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล ทั้งการวิ่งระยะใกล้อย่างมินิมาราธอน ไปจนถึงวิ่งมาราธอนระยะไกล ๆ ซึ่งนักวิ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเตรียมสุขภาพให้พร้อมก่อนไปวิ่งกันอยู่แล้ว

เพราะการวิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถ้าวิ่งระยะไกลก็เป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างหนักพอสมควร แต่นอกจากการเตรียมสุขภาพให้พร้อมวิ่งระยะไกลแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและอยากเตือนนักวิ่งก็คือ อย่าหยุดวิ่งกะทันหัน เพราะนั่นอาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

การหยุดวิ่งทันทีหลังจากที่วิ่งต่อเนื่องเป็นระยะทางไกลๆ ทำไมถึงอันตรายต่อร่างกาย ไขข้องใจเราก็ขออธิบายง่ายๆ ว่า ในช่วงที่เรากำลังวิ่งออกกำลังกาย ระบบไหลเวียนเลือดจะสูบฉีดมากขึ้น เพื่อส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนที่ถูกใช้งานไปกับการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จึงจะสังเกตได้ว่า เมื่อวิ่งไปได้สักพัก

อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นแรงเพราะเร่งสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อนั่นเอง และในขณะเดียวกันนั้น กล้ามเนื้อส่วนที่ได้รับเลือดไปก็จะเกิดการหดตัวเพื่อหมุนเวียนเลือดกลับไปยังหัวใจ อันเป็นระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายโดยปกติ

ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับเราขี่จักรยานมาเรื่อยๆ แล้วเบรกกะทันหัน หน้าก็จะทิ่ม จักรยานก็จะล้ม ร่างกายตอนวิ่งก็คล้ายๆ แบบนั้น แต่หากว่าหยุดวิ่งกะทันหันกล้ามเนื้อจะไม่เกิดการหดตัวเหมือนตอนกำลังวิ่ง แต่กล้ามเนื้อหัวใจยังคงสูบฉีดเลือดมากขึ้นเช่นเดิม การหยุดวิ่งทันทีจึงอาจทำให้ระบบไหลเวียนเลือดจากกล้ามเนื้อกลับมาที่หัวใจทำงานได้ลดน้อยลง

และเลือดอาจคั่งอยู่ตามกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จนเป็นเหตุให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ และอาจทำให้หมดสติ หรือบางรายอาจเกิดอาการหัวใจวายและเสียชีวิตได้ทันที นอกจากนี้การหยุดวิ่งกะทันหัน อาจทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนต่างๆ ที่ถูกใช้งานมาอย่างหนักเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้อีกด้วยนะครับ

เมื่อวิ่งครบตามเป้า ไม่ว่าจะกลางแจ้ง หรือ ลู่วิ่งไฟฟ้า ให้วอร์มต่อด้วยการวิ่งเบาๆ ลดความเร็วลง หรือเดินช้าๆ ต่อเนื่อง ให้กล้ามเนื้อและหัวใจปรับตัวจนกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ แต่หากมีอาการวิงเวียน หน้ามืด คลื่นไส้ หลังจากหยุดวิ่งกะทันหัน

แนะนำให้นอนราบลงกับพื้น แล้วยกขาทั้งสองให้สูงขึ้นประมาณ 45 องศา เพื่อกระตุ้นให้เลือดที่ค้างอยู่ตามกล้ามเนื้อของร่างกายไหลกลับไปยังหัวใจและกลับไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น อีกทั้งการพักด้วยท่านี้ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย นักวิ่งทั้งหลายก็อย่าหยุดวิ่งกะทันหันจะดีกว่านะครับ และที่สำคัญ ก่อนวิ่งก็ควรวอร์มอัพด้วยการเดินหรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 5-10 นาที เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมกล้ามเนื้อในการยืดและหดตัว รวมทั้งควรยืดเหยียดร่างกายอีกประมาณ 5-10 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมของเอ็น ข้อ และการไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บขณะวิ่งออกกำลังกายได้